[Trans] Potato 2010.12 Hey Say Jump
posted on 27 Nov 2010 22:43 by heysay-j in HSJ-Translationหายไปนานม๊าก กลับมาแล้วค่ะ,,, ช่วงนี้งานออกแล้ว มีเวลา มาแปลแล้ว ฮือๆ หวังว่าคงยังไม่ลืมกันไปซะก่อนนะจ๊ะ เอาล่ะ ต้อนรับการกลับมา ด้วยน้องๆ โปเตโต้ เดือน สิบสองคร่า

Morimoto Ryutaro
ถ้าเกิดใหม่ได้ละก็ จะต้องเกิดเป็นนักฟุตบอลแน่ๆครับ
เพราะว่าชื่นชอบนักฟุตบอลใช่มั้ยละ
เกิดเป็นคนอิตาลี แล้วได้เล่นใน Serea A เนี่ยสุดยอดไปเลยเนอะ
ส่วนคนอิจาลีก็ให้ความรู้สึกของแสงอาทิตย์
ได้กินพาสต้า น่าจะได้ใช้ชีวิตอย่างมีความสุขทุกวันด้วย (หัวเราะ)
ตอนเด็กเคยอยากเป็นอุลตร้าแมน จริงคิดว่าโตขึ้นคงจะเป็นได้แน่ๆเลยแหละ(หัวเราะ)
พอตอนขึ้นประถม แล้วมารู้ว่า อุลตร้าไม่มีตัวตนอยู่จริง เท่านั้นละ ช็อค มากๆเลย
แต่ว่าพอได้เข้ามาเป็นจูเนียร์แล้ว ก็สนุกสนานมากๆ
ตอนนี้ก็เลยเป็นความฝันอันดับหนึ่งเลย
ถ้าตอนนั้นไม่ได้เข้าจอห์นนี่ ตอนนี้ก็อาจจะเข้าชมรมเบสบอลที่โรงเรียน
แล้วก็คงกำลังซ้อมอยู่ละมั้ง
กิจกรรมชมรมก็คงจะเป็น เอาน้ำใส่ขวดให้หนักๆ แล้วก็ถือวิ่งรอบสนามตอนเช้า
ผมอาจจะไม่ใช่คนมีสปิริตอะไรมาก
แต่ถ้าเป็นเรื่องที่ชอบแล้วละก็ คิดว่าตัวเองคงพยายามและคิดว่าทนได้แน่ๆ
ส่วนตำแหน่งที่เล่นน่ะหรอ คิดว่าคงจะเป็นคนที่อยู่วงนอกๆละนะ
ปกติแล้วไม่ใช่คนที่เด่น แต่เป็นประเภทที่แอบโชว์ความเท่ไว้ลึกๆ
ถ้าในชมรมละก็น่าจะเป็นคนที่ถูกแกล้งละน้า เพราะตอนอยู่ในจั๊มป์ ก็เป็นแบบนั้นด้วย(หัวเราะ)
ดังนั้นที่จริงก็อยากจะกลับกันไปเป็นฝั่งคนที่แกล้งคนอื่นบ้างเหมือนกันนะ
แต่สำหรับผมเรื่องของการถูกแกล้งคิดว่าเป็นเรื่องที่ดีนะ
ตอนช่วงที่เดบิ้วต์ใหม่ๆ ก็ยังเป็นเด็กๆอยู่
เวลาเล่นทุก ล้อเล่นก็ไม่เก็ตกัน ตอนนี้เลยรู้สึกว่า ถูกแกล้งดีแล้ว(หัวเราะ)
ที่ทำให้ผมเปลี่ยนไปคิดแบบนั้นได้ก็เพราะสมาชิกจัมป์ทุกๆคน
ที่ทำให้ผมคิดได้ว่า ควรจะอยู่ในแบบที่เป็นตัวของตัวเอง
สามปีตั้งแต่เดบิ้วต์มา รู้สึกว่ามีจุดยืนของตัวเองแล้วนะ
เวลาจะออกไปกินข้าวนอกบ้านทีไร ผม ชินททาโร่แล้วก้อ น้องสาว
อยากกินไม่เหมือนกันเลย สรุปไม่ค่อยได้
แต่คราวนี้แปลกมากที่ทุกคนเห็นด้วยกับการไปกินซูชิ
ในวันหยุดได้อยู่กับครอบครัวเป็นอะไรที่รีแลกซ์มาก เป็นช่วงเวลาที่สำคัญที่สุดของผมเลยนะ

Chinen Yuri
ก็ชอบอาราชิมาตั้งแต่เด็กๆ ใฝ่ฝันอยากเข้าจูเนียร์มานานแล้ว
เรื่องนี้เคยให้สัมภาษณ์มาแล้วหลายๆที่ คิดว่าแฟนๆหลายคนก็อาจจะทราบกันอยู่แล้ว
แต่จริงๆแล้วช่วงประมาณ ป.สี่ ก็เคยมีความคิดแว๊บนึงว่าอยากจะเป็น นักฟุตบอล
แม้ว่าจะไม่ชอบการไปซ้อม เลยล้มเลิกอย่างรวดเร็วก็ตามอะนะ (หัวเราะ)
ตอนนี้ชอบการเป็นผู้ชมมากกว่า
อย่างตอนเวิลด์คัพที่ผ่านมา ก็นั่งจดจ่อเชียร์อยู่ที่หน้าจอทีวีตลอดเลยนะ
ฟุตบอลก็เป็นอีกสิ่งนึงที่ทำให้คนดูเกิดความบันเทิง เหมือนกับสิ่งที่พวกเรากำลังทำอยู่
แม้ว่าลักษณะจะต่างกันแต่ก็มีความฝันด้วยสุดยอดมากๆเนอะ
ดังนั้นหากเกิดใหม่ได้ ก็อยากจะเกิดเป็นนักฟุตบอลแล้วก็จะลองตั้งใจไปซ้อมดูนะ (หัวเราะ)
นิสัยของตัวเอง ถ้าในแง่ดีละก็ เป็นคนใจเย็น ไม่ค่อยแสดงอาการนะ
ถ้าเกิดมีใครมาว่าอะไรที่ทำให้รู้สึกแย่แล้วละก็ จะไม่โกรธ เพราะคิดว่า
"ถ้าเราเกิดฟิวส์ขาดไปตอนนี้ เดี๋ยวเราก็ต้องมาขอโทษอีกทีหลัง"
ก็จะทำให้เย็นลง ดังนั้น บางทีก็รู้สึกชอบตัวเอง ที่ใจร้อนเหมือนกันนะ (หัวเราะ)
ก็ ถ้าเกิดว่าเราไม่ชอบตัวเอง แล้วเราจะหวังให้คนอื่นมาชอบเราได้ยังไง
จะไปบอกว่า "ชอบผมสิ" ก็ไม่ได้ใช่มั้ยละ
ดังนั้น จากนี้ไป ผมก็จะต้องเป็นตัวของตัวเอง ไม่เปลี่ยนแปลง
แล้วก็รักตัวเองตลอดไป แต่ว่าก็ต้องมีการเปลี่ยนแปลง
ในการเพิ่มความสามารถแล้วก็หาสิ่งใหม่ๆให้ตัวเองอยู่เสมอด้วยนะ
ก็ต้องพยายามมากๆเพื่อทำให้ได้
เดบิ้วต์ผ่านมาแล้ว สามปี พอลองมองย้อนกลับไปแล้ว
แต่ละเรื่องราวที่เกิดขึ้นมันเพิ่มพูนขึ้นเยอะมาก
ส่วนตัวเองก็คิดว่าก็พัฒนาขึ้นด้วยเหมือนกันนะ
อย่างเช่น เวลาไปออกรายการทีวี
ตอนแรกๆก็ไม่พูดอะไรเลย แค่ไปนั่งอยู่ตรงนั้นเฉยๆ
แต่ว่าตอนนี้ สามารถพูดในสิ่งตัวเองคิดออกมาได้แล้ว
ถ้าไม่ได้รวมตัวเป็นเฮเซย์ จั้มป์ละ?
อืม จินตนาการไม่ค่อยออกเลย ก็คงจะได้เดบิ้วต์สักวันนึง
และได้เจอกับอาราชิ แล้วก็พยายามไปทุกวันๆละมั้ง

Kota Yabu
ตอนเด็กก็คิดตลอดว่าตัวเองโตขึ้นคงเป็นมนุษย์เงินเดือนธรรมดาๆ
ความฝันตอนเด็กคือ นักฟุตบอล แต่ก็รู้ตัวว่าคงเป็นไปไม่ได้
ส่วนเรื่องเข้าวงการบันเทิงนี่ยิ่งไม่เคยคิดเลย
ไม่ค่อยชอบการเป็นจุดเด่น ตอนเด็กๆก็เป็นเด็กประมาณว่า
เดินเกาะชายเสื้อแม่ตลอด แต่ตอนนี้ หน้าที่ภายในจั้มป์
ออกจะดูเป็นคนที่เป็นผู้นำดูแลคนอื่นๆ แต่นิสัยจริงๆออกจะเป็นเด็กๆมากกว่า
ตอนนี้มีคาแรคเตอร์สองแบบ แต่ตอนนี้เริ่มรู้สึกว่าแบบเด็กๆมันจะเยอะมากกว่า(หัวเราะ)
ถ้าสมมุติว่าไม่ได้เข้ามาเป็นจั้มป์ ก็คงจะเป็นนักเรียนมหาลัยธรรมดาๆคนนึง
ถึงแม้จะวาดรูปไม่เก่งแต่ชอบดูงานศิลปะ มีความสนใจเรื่องของภาพยนตร์แล้วก็การถ่ายภาพด้วย
คิดว่าคงเรียนแนวนั้น แล้วก็คงทำงานพิเศษหาเงินไปเที่ยวเยอะๆ
คงตะเป็นนักเรียนประมาณว่า ทั้งเรียนและทำงานพิเศษ นานๆทีก็ให้รางวัลตัวเอง
ด้วยการไปเที่ยวยุโรปคนเดียวแระมาณนั้นมั้ง
พอเรียนจบมหาลัยแล้วก็คงเข้าทำงานในบริษัทที่ทำโฆษณามั้ง
อาจจะอยู่เป็นแบ็คตามคอนเสิร์ต หรือไม่ก็นั่งทำ ซีจี น่าสนุกมาก
แต่ถ้าสมมุติว่าเกิดเป็นคนอื่นไปเลยได้ละก็ คงอยากจะเป็นคนที่กำลัง
ทำสิ่งที่ตรงข้ามกับตัวเองในตอนนี้อย่างสิ้นเชิง
เช่นเป็นอันธพาลอะไรเงี้ยนะ ก็แบบว่า
ผมในตอนนี้ ไม่ว่าจะอัดใคร หรือถูกใครอัด ก็ไม่ได้ทั้งสองอย่างนี่นา (หัวเราะ)
ตั้งแต่เดบิ้วต์มา ผ่านไปสามปีแล้วเนอะ
แต่ว่าความทรงจำที่เกิดขึ้นกับสมาชิกทุกๆคนจะไม่เปลี่ยนแปลง
หลังจากนี้ทุกคนก็ยังคงจะต้องทำงานรว่มกันต่อไปอีก
ต้องให้ความสำคัญกับความรู้สึกของทุกๆคน แล้วก็ม้ามายกับสิ่งใหม่ๆด้วยกัน
อย่างส่วนตัวแล้ว อยากจะทำอะไรที่เกี่ยวข้องกับแนวสปอร์ตๆดูบ้าง
ส่วนช่วงนี้ ก็ดูหนังเป็นว่าเล่นเลย สัปดาห์นึงประมาณ สี่ห้าเรื่องได้
เวลาดูหนังจะอินกับบทของนักแสดงนำ
ดูเป็นคนในหนังจริงๆเลย คนที่แสดงเก่งเนี่ย
ในหนังกับตัวจริงต่างกันมากๆเลย ได้เรียนรู้มากๆครับ

ถ้าเป็นเพื่อนตอนเด็กละ?
ยามะจัง
ตอนเด็กๆหลังจากที่ได้ไปดูคอนเสริตของ Kinki Kids มาก็ใฝ่ฝันอยากเข้าจอห์นนี่ มาตลอดเลยครับ
แทบไม่เคยคิดถึงงานอย่างอื่นเลย ดังนั้นตอนนี้ได้ทำแบบนี้อยู่
รู้สึกดีใจมากที่ความฝันเป็นจริง
แต่ถ้าให้เกิดใหม่ได้จริงๆละก็ อยากจะลองเป็นสถานรับฝากเด็กดู
เพราะว่าชอบเด็ก ไม่ว่าเด็กจะดื้อ และทำเรื่องแสบๆแค่ไหน
ก็ไม่โกรธ คิดว่าน่าจะเป็นคุณครูที่ดีได้นะ
พอลองวิเคราะห์นิสัยของตัวเองดูแล้ว
โดยปกติก็จะเป็นคนร่าเริงดีนะ แต่ถ้าได้เครียดเมื่อไหร่แล้วละก็
จะประมาณว่า จะ ดาวน์ มากๆ เลย
เวลาถ้าเห็นอยู่คนเดียวแบบกำลังซึมเศร้าแล้วละก็
ที่จริงอยากให้คนรอบๆตัวรู้ว่ากำลังเศร้า
อยากให้มีคนเข้ามาคุย พยายามปล่อยบรรยากาศให้คนอื่นรับรู้
สรุปง่ายๆเป็นประเภทที่น่ารำคาญสุดๆเลยนั่นแหละนะ (หัวเราะ)
แต่สมาชิกในจั้มป์เนี่ย ก็จะรู้ค่อนข้างเร็วนะ
พอเห็นก็จะรีบเข้ามาคุย มาถาม แล้วผมเองก็จะเล่าให้ฟังทุกครั้งไป
สรุปแล้วก็ไม่ค่อยได้ซึมเศ้รานานเท่าไหร่
แปบเดียวก็สามารถกลับมาเป็นเหมือนเดิมได้
แล้วตัวผมเองก็รู้สึกว่าวิธีการพูดของตัวเองไม่ค่อยดีพอ
จะชอบพูดตามใจปากเยอะมากไป
แต่จะพยายามเรื่องที่มีสาระ มากขึ้น
แต่นั่นก็เหมือนส่วนหนึ่งของเราเอง เลยไม่อยากไปฝืนมันหรอกนะ
จั้มป์ก็เดบิ้วต์มา สามปีแล้ว
ความดีของสมาชิกทุกๆคนไม่เปลี่ยนไปเลยจากตอนแรก
เพราะว่า ทุกๆคนเป็นคนที่ร่าเริงมาก ไม่ว่าจะเหนื่อยแค่ไหน
ยังไงพวกเราทั้งสิบคนก็จะผ่านมันไปได้ด้วยรอยยิ้มเสมอ
หลังจากนี้อีกหลายๆปี ก็คิดว่าจะไม่เปลี่ยนแปลงนะ
ส่วนตัวเองหลังจากเดบิ้วต์แล้วก็เปลี่ยนแปลงอะไรหลายๆอย่าง
ไม่ว่าจะเป็นเรื่องการคิด หรือการฝึกฝนตัวเองให้เป็นมืออาชีพมากขึ้น
หากไม่มี เฮ เซ จั้มป์ ตอนนี้ตัวผมคงไม่มีความตั้งใจมากขนาดนี้
และอาจจะกำลังล่องลอยกับชีวิตอยู่ก็ได้ (หัวเราะ)